วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ความปลอดภัยในการใช้อินเทอร์เน็ตและSocial Network

การใช้  Social network ควรปฏิบัติดังนี้
(1)     ปกปิดเรื่องส่วนตัว เช่น ญาติมิตร สิ่งที่รัก คนที่รักชอบ หรือกิจกรรมที่กระทำ ไว้บ้าง อย่าบอกทุกเรื่อง การเปิดโล่งบัญชี Facebook ถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงอย่างยิ่ง
(2)     อย่าเปิด/อนุญาติ แอปพิเคชั่นที่เราไม่แน่ใจ เพราะใน Social Network มักจะเชื่อมต่อในหลากหลายผลให้สามารถล่วงรู้กลุ่มบุคคลใดที่ติดต่อเรา รู้กิจกรรมทั้งหมดที่เราทำบน  Social Network
(3)     ให้ผู้ใช้ได้สัมผัสกันโดยไม่มีประกาศแจ้งเตือนล่วงหน้า ไม่นานมานี้ก็เพิ่งจะมีคุณสมบัติที่ติดตามการชอปปิงของผู้ใช้แล้วเผยแพร่ให้คนอื่นๆ ได้รู้กันทั่วกัน
(4)     ผู้ใช้ต้องมีวิจารณญาณที่เหมาะสม เพราะจะช่วยลดความเสี่ยงต่างๆ ได้พอสมควร สำหรับมือใหม่เพิ่งหัดใช้ ต้องเข้าไปตั้งค่าความเป็นส่วนตัวได้ที่ Privacy Settings จากเมนู Settings ซึ่งเราสามารถเปลี่ยนรายละเอียดในการเผยแพร่ภาพถ่าย ข้อความ ข้อมูลส่วนตัว และข้อมูลการทำงานได้
(5)     ศึกษาข้อมูลและอ่านวิธีการใช้งานให้แน่ชัด หรือสอบถามจากผู้รู้ที่เชื่อถือได้ถึงข้อดีข้อเสียของ  Social Network นั้นก่อนที่จะใช้งาน
สุดท้ายนี้ผู้ใช้ Social Network ต้องเก็บเรื่องราวให้เป็นความลับ คิดหลาย ๆ ครั้งก่อนที่คุณจะเริ่มโพสต์เนื้อหาหรือรูปภาพต่างๆ อย่าลืมตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ระบุว่าใครบ้างที่สามารถเข้ามาดูอัลบั้มภาพถ่าย วิดีโอ โพรไฟล์ สถานะการอัพเดต และอีกสารพันข้อมูลเกี่ยวกับตัวของคุณได้บ้าง คิดก่อนรับคนที่ไม่รู้จักเป็นเพื่อนการค้นหาว่าใครบ้างที่อยู่ในรายชื่อคอนแทกต์บนอีเมล์ของคุณกำลังใช้ Social Network อยู่เป็นเรื่องที่ไม่ยาก แต่ก่อนที่จะรับคนเหล่านั้นให้เป็นเพื่อนกับคุณบน Social Network อย่าลืมพิจารณาให้รอบคอบด้วย
                              

ที่มา : http://blog.pbru.ac.th/?p=23

อธิบาย สปายแวร์คอมพิวเตอร์ (Spyware)

สปายแวร์คืออะไร
          แม้จะชื่อว่า สปายแวร์ แต่ไม่ได้มีความหมายลึกลับเหมือนอย่างชื่อ แต่กลับถูกใช้สำหรับการโฆษณาประชาสัมพันธ์เสียมากกว่า ในอันที่จริง สปายแวร์จะได้รับความรู้จักในชื่อของ แอดแวร์ ด้วย ดังนั้นคำว่าสปายแวร์จึงเป็นเพียงการระบุประเภทของซอฟต์แวร์เท่านั้น ส่วนความหมายที่แท้จริง สปายแวร์ หมายถึงโปรแกรมที่แอบเข้ามาติดตั้งในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่ผู้ใช้อาจไม่ได้เจตนา แล้วเป็นผลให้สปายแวร์กระทำสิ่งต่อไปนี้ เช่น
          - อาจส่งหน้าต่างโฆษณาเล็กๆ ปรากฏขึ้นมา(ป๊อบอัพ) ขณะที่คุณใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่          - เมื่อคุณเปิดเว็บบราวเซอร์ เว็บบราวเซอร์จะทำการต่อตรงไปยังเว็บไซต์หลักของตัวสปายแวร์ที่ถูกตั้งค่าให้ลิ้งก์ไป          - สปายแวร์อาจทำการติดตามเว็บไซต์ที่คุณเข้าไปเยี่ยมชมบ่อยๆ         - สปายแวร์บางเวอร์ชั่นที่มีลักษณะรุกรานระบบจะทำการติดตามค้นหา คีย์ หรือ รหัสผ่าน ที่คุณพิมพ์ลงไปเมื่อทำการ log in เข้าแอคเคาน์ต่างๆ

                          

อธิบาย ม้าโทรจันคอมพิวเตอร์ (Trojan)

 ม้าโทรจันแตกต่างจากไวรัสที่การทำงาน ไวรัสทำงานโดย ทำลายคอมพิวเตอร์ ทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างแท้จริง ไวรัสบางตัวอย่าง Love BUG ทำลายไฟล์โดยการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดในไฟล์ ไวรัส CIH ทำให้ไบออสของคอมพิวเตอร์เสีย และเข้าถึงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์ไม่ได้ แต่ "ม้าโทรจัน" ไม่ทำอะไรกับคอมพิวเตอร์ ม้าโทรจันไม่มีคำสั่งหรือพฤติกรรมการทำลายคอมพิวเตอร์เหมือนไวรัส ม้าโทรจันเหมือนโปรแกรมทั่วไปในคอมพิวเตอร์

         สมัยก่อนเวลาพูดถึงม้าโทรจัน จะว่ากันว่าขนาดของไฟล์ แตกต่างจากไวรัสที่ขนาดของม้าโทรจันนั้นเป็นโปรแกรมขนาดเล็ก และเป็นโปรแกรมที่ไม่ถือว่ามีพฤติกรรมเป็นอันตรายต่อคอมพิวเตอร์ ซึ่งในทางการกำจัดไวรัส จะมีการตรวจสอบโดยการดูลักษณะการทำงาน ไวรัสนั้นมีคำสั่งอันตราย แต่โทรจันไม่มี ดังนั้นโปรแกรมตรวจสอบไวรัสไม่มีทางที่จะตรวจสอบหา "ม้าโทรจัน" พบ


         ม้าโทรจันนั้นเป็นเครื่องมือของแฮคเกอร์ในการเจาะระบบ ว่ากันว่าบรรดาแฮคเกอร์นั้นมีสังคมเฉพาะที่แจกจ่าย เผยแพร่ม้าโทรจันออกไปใช้งาน โดยส่วนใหญ่ม้าโทรจันซึ่งปัจจุบันมีอยู่นับพันโปรแกรม ถูกพัฒนาโดยพวกนักศึกษา แฮคเกอร์ และมือสมัครเล่นอีกหลายคน เพราะม้าโทรจันนั้นคือโปรแกรมที่เขียนขึ้นเพื่อบันทึกว่าแป้นคีย์บอร์ดแป้นไหนถูกกดบ้าง ด้วยวิธีการนี้ก็จะได้ข้อมูลของ User ID, Password หลังจากนั้นโปรแกรมม้าโทรจันจะบันทึกข้อมูลลงไปใน RAM , CMOS หรือ Hidden Directory ในฮาร์ดดิสก์ แล้วก็หาโอกาสที่จะอัพโหลดตัวเองไปยังแห่งที่ผู้เขียนม้าโทรจันกำหนด หรือบางทีแฮคเกอร์อาจจะใช้วิธีการเก็บไฟล์ดังกล่าวไปด้วยวิธีอื่น การใช้อินเตอร์เน็ต ใช้โมเด็ม หรือใช้ LAN


                             

ที่มา : http://www.bkk1.in.th/Topic.aspx?TopicID=39023

อธิบาย หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm)

หนอนคอมพิวเตอร์ (Worm) คืออะไร
หนอน (Worms) ในอีกความหมายหนึ่ง เป็นสิ่งที่อันตรยต่อระบบมาก (สามารถทำความเสียหายต่อระบบได้จากภายใน เหมือนกับหนอนที่กัดกิน ผลไม้จากภายใน) โดยทั่วไปก็จะคล้ายกับไวรัสคอมพิวเตอร์ และด้วยการอาศัยพฤติกรรมการทำงานของมนุษย์ยุค IT ในการแพร่กระจายตัวเองไปยัง เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่น หนอนร้าย เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ถูกออกแบบมาให้สามารถแพร่กระจายตัวเองจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง ไปยังอีกเครื่องหนึ่งโดยอาศัยระบบเน็ตเวิร์ค (e-Mail) ซึ่งการแพร่กระจายสามารถทำได้ด้วยตัวของมันเองอย่างรวดเร็ว และรุนแรงกว่าไวรัสมาก
การทำความเสียหาย
นอกเหนือจากการแพร่ขยายตัวเองแล้ว เวิร์มยังสามารถถูกกำหนดให้ทำสิ่งอื่นๆ ได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น Mydoom ได้ถูกออกแบบมาในลักษณะที่คอมพิวเตอร์ที่ติดเวิร์มดังกล่าว (เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "คอมพิวเตอร์ผีดิบ") จะทำความเสียหายต่อเป้าหมายบางอย่างตามที่กำหนดและในเวลาที่กำหนด การโจมตีนี้เรียกว่า การโจมตี "Distributed Denial of Service" (DDoS) ซึ่งได้รับการออกแบบให้ถล่มเครือข่ายด้วยการส่งข้อมูลจำนวนมากเข้าไปอย่างท่วมท้น มีผลให้เครือข่ายนั้นล่ม
เวิร์มแพร่กระจายจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังคอมพิวเตอร์จำนวนมากได้อย่างไร
วิธีการแพร่กระจายของเวิร์มที่แอบแฝงยิ่งกว่าเดิมก็คือการส่งอีเมลที่มีเอกสารแนบที่เป็นอันตรายจำนวนมากขึ้น ไปยังทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดอีเมลแอดเดรสของผู้ใช้คนหนึ่ง เพื่อแพร่กระจายต่อไป ด้วยวิธีนี้ เวิร์มดังกล่าวจึงแฝงตัวในอีเมลที่ดูเหมือนว่าส่งมาจากเพื่อนที่ผู้รับรู้จักและไว้วางใจได้ ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ต้องใช้ความระมัดระวังในการเปิดเอกสารแนบของอีเมล์



                           


อธิบาย ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Virus)

ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือชุดคำสั่งเล็กๆ ที่เขียนขึ้นเพื่อให้รบกวนการทำงาน หรือทำลายไฟล์ข้อมูล ตลอดจนไฟล์โปรแกรมต่างๆ ในระบบคอมพิวเตอร์ โดยคุณสมบัติพิเศษของไวรัสคอมพิวเตอร์ก็คือ ไวรัสคอมพิวเตอร์สามารถหลบหลีกซ่อนตัวอยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่ง และหาโอกาสทำสำเนาคัดลอกเพื่อแพร่กระจายตัวเองไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ ได้ และเครื่องที่ติดไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าไปแล้วก็จะเกิดอาการแปลกๆ ตามแต่ชุดคำสั่งที่เขียนไว้ในโปรแกรมไวรัสคอมพิวเตอร์นั่นเอง  ซึ่งไวรัสอาจทำลายโปรแกรมหรือข้อมูลอื่น ๆ ที่อยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ เพียงแค่รบกวนการทำงานโดยการแสดงข้อความวิ่งไปมาบน หน้าจอ

                               
                           


ที่มา : http://www.thaiseoboard.com/index.php?topic=69630.0;wap2

อธิบาย บริการจาก Google

อธิบาย บริการจาก Google ยกตัวอย่าง 10 บริการ

Google AdWords https://adwords.google.com/select/

Google Analytics http://google.com/analytics/ 

Google Answers http://answers.google.com/ 

Google Base http://base.google.com/ 

Google Blog Search http://blogsearch.google.com/ 

Google Books Search http://books.google.com/ 

Google Calendar http://google.com/calendar/ 

Google Catalogs http://catalogs.google.com/ 



อธิบาย Social Network

Social Network คือการที่ผู้คนสามารถทำความรู้จัก และเชื่อมโยงกันในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง หากเป็นเว็บไซต์ที่เรียกว่าเป็น เว็บ Social Network ก็คือเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงผู้คนไว้ด้วยกันนั่นเอง ตัวอย่างของเว็บประเภทที่เป็น Social Network เช่น Digg.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เรียกได้ว่าเป็น Social Bookmark ที่ได้รับความนิยมอีกแห่งหนึ่ง และเหมาะมาก ที่จะนำมาเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น โดยในเว็บไซต์ Digg นี้ ผู้คนจะช่วยกันแนะนำ url ที่น่าสนใจเข้ามาในเว็บ และผู้อ่านก็จะมาช่วยกันให้คะแนน url หรือข่าวนั้น ๆ เป็นต้น
ในแง่ของการอธิบายถึงปรากฎการณ์ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ยังมีการอธิบายผ่านคำว่า Social network service หรือ SNS เป็นการเน้นไปที่การสร้างชุมชนออนไลน์ซึ่งผู้คนสามารถที่จะแลกเปลี่ยน แบ่งปันตามผลประโยชน์ กิจกรรม หรือความสนใจเฉพาะเรื่อง ซึ่งอาศัยระบบพื้นฐานของเว็บไซต์ที่ทำให้มีการโต้ตอบกันระหว่างผู้คนโดยแต่ละเว็บนั้นอาจมีการให้บริการที่ต่างกัน เช่น email กระดานข่าว และในยุคหลังๆมานี้ เป็นการแบ่งปันพื้นที่ให้สมาชิกเป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกันและแบ่งปันข้อมูลระหว่างโดยผู้คนสามารถสร้างเว็บเพจของตนเองโดยอาศัยระบบซอฟท์แวร์ที่เจ้าของเว็บให้บริการ
ในขณะเดียวกัน Howard Rheingold ได้เขียนคำจำกัดความของคำว่า virtual Community ในหนังสือ virtual communy ว่าหมายถึง การสื่อสาร และ ระบบข้อมูล ของบรรดาเครือข่ายสังคม ซึ่งแบ่งปันในผลประโยชน์ร่วมกัน ความคิด ชิ้นงาน หรือ ผลลัพธ์บางประการที่มีการโต้ตอบกันผ่านสังคมเสมือนจริง ซึ่งไม่ถูกผูกพันโดยเวลา พรมแดน เขตแดนของหน่วยงาน และในทุกๆที่ที่บุคคลสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันผ่านระบบออนไลน์
สำหรับตัวอย่าง Social Network อื่น ๆ เช่น Hi5 หรือว่า Facebook ซึ่งเรียกได้ว่าเป็น social network เต็มรูปแบบอีกอย่างหนึ่ง ที่ให้ผู้คนได้มามีพื้นที่ ได้ทำความรู้จักกันโดยเลือกได้ว่า ต้องการทำความรู้จักกับใคร หรือเป็นเพื่อนกับใคร
เมื่อหันมามองเว็บไซต์ไทย ๆ กันดูบ้าง หากมองว่าเว็บไซต์ Social Network ในไทย จะมีเว็บไหนได้บ้าง ลองดูเว็บไซต์ Social Network ที่มีความชัดเจนในเนื้อหาเฉพาะด้าน เช่น Social Network เรื่องท่องเที่ยว อย่างเว็บไซต์ odoza (โอโดซ่า) ที่ให้คนที่ชื่นชอบในเรื่องท่องเที่ยว ได้มาทำความรู้จักกัน ได้มีพื้นที่ให้ share รูปภาพ หรือวีดีโอคลิป ที่ตนเองได้ไปเที่ยวมาได้่
ในขณะที่ การแบ่งหมวดหมู่ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ได้จำแนกหมวดหมู่ หรือ ประเภทของเครือข่ายสังคมออนไลน์ไว้ใน บทบาทของ Social Network ในอินเทอร์เน็ตยุค 2.0 โดยพิจารณาจากเป้าหมายของการเข้าเป็นสมาชิกในเครือข่ายสังคมออนไลน์ ได้เป็น ๕ กลุ่มใหญ่ๆ กล่าวคือ
(๑) Identity Network คือ การแสดงตัวตนและภาพลักษณ์ของตน เช่น http://www.hi5.com/ http://www.facebook.com/
(๒) Interested Network เป็นการรวมตัวกันโดยอาศัย“ความสนใจ” ตรงกัน เช่น Digg.com , del.icio.us
(๓) Collaboration Network เป็นกลุ่มเครือข่ายที่ร่วมกัน “ทำงาน” ยกตัวอย่างเช่น http://www.wikipedia.org/
(๔) Gaming/Virtual Reality หรือ โลกเสมือน ในบางครั้งเราเจอคำว่า second life ซึ่งเป็นลักษณะของเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะเป็นการสวมบทบาทของผู้เล่นในชีวิตจริงกับตัวละครในเกม และ (๕) Professional Network ใช้งานในอาชีพ 




ตัวอย่าง  
facebook
 MySpace

twitter
 Linkedin
 Ning
Tagged
classmates
hi5
Meetup
Multiply

                           
ที่มารูปภาพ : http://superkreang-variety.blogspot.com/2011/01/social-network-websites.html
ที่มาเนื้อหา : https://sites.google.com/site/socialnetwork057/khwam-hmay-khxng-socialnetwork